ผู้เยี่ยมชม
 45 คน ในวันนี้
 45 คน ในสัปดาห์นี้
 3949 คน ในเดือนนี้
 46835 คน ในปีนี้
 302673 คนทั้งหมด
2 คน ออนไลน์
 
useronline 10 สมาชิกเยือนล่าสุด
ยังไม่มี สมาชิกมาเยือน
 

ข้อบังคับของชมรมฯ

ข้อบังคับของ

ชมรมกล้วยไม้รองเท้านารีแห่งประเทศไทย

ข้อความทั่วไป
 

1. ชมรมฯนี้ให้ชื่อว่า “ชมรมกล้วยไม้รองเท้านารีแห่งประเทศไทย” และเรียกโดยย่อว่า ชรท.

2. ชื่อภาษาอังกฤษให้ใช้คำว่า “Paphiopedilum Club of Thailand” เขียนย่อว่า PCT

3. ชมรมฯนี้มีเครื่องหมายเป็นรูปดอกกล้วยไม้รองเท้านารี “สุขกุล” และมีอักษรว่า PCT คาดอยู่ช่วงล่างของรูปดอก

4. สมาชิกของชมรมฯเท่านั้นที่มีสิทธิจะใช้เครื่องหมายดังกล่าวในข้อ 3 นั้นได้ในโอกาสอันสมควร

5. สำนักงานชั่วคราวของชมรมฯตั้งอยู่ ณ เลขที่  545/14 จรัญสนิทวงศ์ 37 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700

วัตถุประสงค์ของชมรมกล้วยไม้รองเท้านารีแห่งประเทศไทย
    6. ชมรมกล้วยไม้รองเท้านารีแห่งประเทศไทยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
       6.1 ส่งเสริมการเลี้ยงและการเพาะปลูกกล้วยไม้รองเท้านารีและกล้วยไม้สายพันธุ์อื่นๆ
       6.2 เป็นสื่อกลางให้สมาชิกได้ติดต่อสังสรรค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
       6.3 ร่วมมือกับทางราชการหรือสมาคมฯหรือชมรมฯอื่นๆทั้งภายในและต่างประเทศ
       6.4 ส่งเสริมการศึกษาและความรู้เกี่ยวกับการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้รองเท้านารีและกล้วยไม้สายพันธุ์อื่นๆ
       6.5 ส่งเสริมความสามัคคีในมวลหมู่สมาชิก
       6.6 ส่งเสริมการกุศลและการประกอบการกุศลสาธารณะ
       6.7 ส่งเสริมศีลธรรมจรรยาและวัฒนธรรมอันดีงาม
       6.8 ชมรมฯนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองด้วยประการใดๆ
สมาชิกภาพ
    7. สมาชิกของชมรมกล้วยไม้รองเท้านารีแห่งประเทศไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
       7.1 สมาชิกสามัญ
       7.2 สมาชิกตลอดชีพ
       7.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์
    8. สมาชิกสามัญ ได้แก่บุคคลที่ชำระเงินค่าบำรุงให้แก่ชมรมฯล่วงหน้าเป็นรายปี
    9. สมาชิกตลอดชีพ ได้แก่บุคคลที่ชำระเงินค่าบำรุงให้แก่ชมรมฯด้วยจำนวนจำกัดเพียงครั้งเดียวตามอัตราที่วางไว้ มีสิทธิเช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ
    10. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่บุคคลที่อุปการะช่วยเหลือทำประโยชน์หรือเป็นเกียรติยศให้แก่
ชมรมฯและคณะกรรมการของชมรมฯได้ลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
อัตราค่าบำรุง
    11. อัตราค่าบำรุงสำหรับสมาชิกภาพของสมาชิกมีดังต่อไปนี้
       11.1 สมาชิกสามัญ ชำระค่าสมัครสมาชิกหรือค่าต่ออายุสมาชิกปีละ 300 บาท
       11.2 สมาชิกตลอดชีพ ชำระค่าสมัครสมาชิกครั้งเดียวในอัตรา 3,000 บาท
       11.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องชำระค่าสมัครสมาชิกและค่าต่ออายุสมาชิก
 

  11.4 ค่าสมัครสมาชิกก็ดี ค่าต่ออายุสมาชิกก็ดี คณะกรรมการอำนวยการอาจจะกำหนดเพิ่มหรือลดก็ได้ และให้ประกาศให้ทราบล่วงหน้าโดยเปิดเผย

12. ผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังนี้

  12.1 เป็นผู้เห็นชอบในวัตถุประสงค์ของชมรมฯ

  12.2 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

  12.3 มีความประพฤติเรียบร้อยไม่เป็นที่รังเกียจของสังคม

  12.4 ไม่เคยถูกออกจากสมาชิกภาพของสมาคมฯ หรือชมรมฯอื่นๆ โดยมีความเสื่อมเสียมาก่อน

  12.5 ไม่เป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษาของศาล

13. บุคคลใดมีความประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกประเภทใด ให้ยื่นใบสมัครตามแบบต่อเลขาธิการหรือคณะกรรมการของชมรมฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากชมรมฯ

14. เมื่อเลขาธิการได้รับใบสมัคร ให้นำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา เมื่อคณะกรรมการมีมติเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งต่อผู้สมัครนั้น ให้ชำระเงินค่าสมัครสมาชิกหรือค่าต่ออายุสมาชิกตามระเบียบข้อบังคับแล้ว จึงเป็นอันว่าผู้สมัครนั้นอยู่ในฐานะสมาชิกภาพได้

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
    15. สมาชิกมีสิทธิใช้ประโยชน์ในสถานที่ของชมรมฯ และได้รับผลการปฏิบัติโดยเสมอภาค แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์และเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ
    16. สมาชิกมีสิทธินำบุคคลภายนอกเข้าไปในสถานที่ ในเวลางาน หรือในเวลาปรกติทั้งนี้ให้อยู่ในความรับผิดชอบของสมาชิกผู้นำบุคคลภายนอกเข้ามา
    17. สมาชิกมีสิทธิออกเสียงลงมติในที่ประชุม
    18. สมาชิกมีสิทธิเรียกร้องขอต่อคณะกรรมการอำนวยการของชมรมฯ เพื่อขอทราบและสอบถามข้อความต่างๆจากสำนักงานของชมรมฯ หรือทางจดหมายโต้ตอบโดยตรง และบันทึกการโต้ตอบทางนิตยสารของชมรมฯก็ได้
    19. สมาชิกกิตติมศักดิ์ มีสิทธิทุกอย่างดังกล่าวในข้อ 15, 16 , 18 เว้นแต่สิทธิตามข้อ 17
การขาดจากสมาชิกภาพ  
    20. สมาชิกภาพของสมาชิกย่อมสิ้นสุดลงเมื่อ
       20.1 ตาย
       20.2 ลาออก
       20.3 ถูกถอดถอนลบชื่อออกจากทะเบียนโดยมติของคณะกรรมการเกินกึ่งหนึ่ง
       20.4 ขาดคุณสมบัติดังกล่าวในข้อ 12
 

20.5 ขาดการชำระค่าต่ออายุสมาชิกหรือหนี้สินอื่น ภายหลังจากได้รับคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ของ   ชมรมฯ เป็นเวลาเกินกว่า 3 เดือน

กรรมการ
    21. กรรมการของชมรมฯ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ กรรมการบริหาร และกรรมการที่ปรึกษา กรรมการที่ปรึกษาคือบุคคลที่คณะกรรมการบริหารชมรมฯ เชื้อเชิญมา เพื่อให้มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกิจกรรมของชมรมฯ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
 

    22. ให้ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารชมรมฯ ต้องพ้นจากตำแหน่งตามวาระของคณะกรรมการบริหารชมรมฯ แต่คณะกรรมการบริหารชมรมฯชุดใหม่อาจเชื้อเชิญเข้ามาเป็นที่ปรึกษาใหม่อีกก็ได้

        ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมฯ หรือในที่ประชุมใหญ่ของชมรมฯก็ดี ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารชมรมฯ มีสิทธิแสดงความคิดเห็นต่างๆแต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในมติต่างๆของ

ที่ประชุม

    23. คณะกรรมการบริหารชมรมฯมีไม่น้อยกว่า 15 นาย และไม่เกิน 23 นาย ให้ที่ประชุมเลือก ประธานชมรมฯเพียง 1 นาย และให้ประธานชมรมฯแต่งตั้งกรรมการบริหารชมรมฯตามข้อบังคับดังกล่าวข้างต้น ดำรงตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้คือ รองประธาน เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ เหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก นายทะเบียน ผู้ช่วยนายทะเบียน ปฏิคม ตำแหน่งละ 1 นาย และประชาสัมพันธ์ 2 นาย และกรรมการกลางตามที่เห็นสมควร

    24. ถ้ากรรมการบริหารชมรมฯขาดจำนวนลง ในเมื่อยังไม่ถึงคราวประชุมประจำปี หากคณะกรรมการเห็นความจำเป็นต้องตั้งซ่อม ก็ให้กรรมการบริหารชมรมฯเลือกจากสมาชิกตั้งซ่อมเป็นกรรมการแทนได้ แต่กรรมการที่เข้ามารับตำแหน่งแทนคนเก่านั้น ให้คงอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากับกำหนดเวลาตามวาระของผู้ซึ่งตนแทนเท่านั้น

    25. กรรมการบริหารชมรมฯ จะดำรงอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 3 ปี ผู้ที่เป็นกรรมการชมรมฯอยู่ก่อนแล้ว อาจถูกเลือกให้เป็นกรรมการอีกก็ได้

    26. กรรมการบริหารชมรมฯย่อมขาดจากตำแหน่งเมื่อ

       26.1 ตาย

       26.2 ลาออก

       26.3 ขาดคุณสมบัติตามข้อ 12

       26.4 ถึงคราวต้องออกตามวาระ

       26.5 ที่ประชุมลงมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

    27. คณะกรรมการบริหารชมรมฯ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

       27.1 ประธานชมรมฯ มีหน้าที่กำหนดนโยบายของชมรมฯ บริหารกิจการของชมรมฯให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และระเบียบการ มีอำนาจติดต่อกับองค์กรหรือบุคคลภายนอกแทนชมรมฯ เป็นประธานในที่ประชุมกรรมการบริหารและที่ประชุมใหญ่ มีอำนาจหน้าที่อื่นๆที่ระบุไว้ในระเบียบการนี้

       27.2 รองประธานชมรมฯ มีอำนาจหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือประธานชมรมฯเมื่อประธานชมรมฯไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือตามที่ประธานชมรมฯมอบหมาย

       27.3 เลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ดำเนินงานฝ่ายธุรการ และบริหารงานทั่วไปของชมรมฯ ทั้งนี้ ตามมติของคณะกรรมการบริหาร รวมทั้งทำหน้าที่เรียกประชุมจัดระเบียบวาระการประชุม และจัดทำกิจกรรมอื่นๆตามที่กำหนดในระเบียบการนี้

       27.4 เหรัญญิก มีหน้าที่รับ-รักษา-และจ่ายเงินซื้อพัสดุ ทำบัญชีการเงิน-ทำบัญชีพัสดุ และรักษาพัสดุของชมรมฯ และมีอำนาจสั่งจ่ายได้ไม่เกินครั้งละ 20,000 บาท เสนอบัญชีรับจ่ายประจำเดือนต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร  เสนอตั้งงบประมาณรับจ่ายประจำปี เสนองบดุลประจำปีและหน้าที่อื่นๆที่เกี่ยวกับการเงินต่อคณะกรรมการบริหารและที่ประชุมใหญ่ประจำปี

       27.5 นายทะเบียน มีอำนาจหน้าที่รับลงทะเบียนชื่อสมาชิก และตัดชื่อสมาชิกที่พ้นจากสมาชิกภาพออกจากทะเบียน ติดต่อเก็บค่าบำรุง ทวงถามหนี้ของชมรมฯ เสนอจำนวนสมาชิกแต่ละประเภทต่อที่ประชุมประจำเดือนของคณะกรรมการบริหาร และต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปี

       27.6 ปฏิคม มีอำนาจหน้าที่ทำการต้อนรับ และให้ความสะดวกแก่สมาชิกและญาติมิตรที่สมาชิกนำมาเยี่ยมเยือนชมรมฯ รวมทั้งทำงานร่วมกับประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกิจกรรมของชมรมฯ

       27.7 ประชาสัมพันธ์ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการออกวารสารของชมรมฯ จัดประชุมฝ่ายวิชาการ           ทั้งการสัมมนา ปาฐกถา การอภิปราย รวมทั้งการบันเทิงรื่นเริงต่างๆ

    28. คณะกรรมการบริหารชมรมฯ มีอำนาจที่จะจัดตั้งหรือแก้ไขระเบียบการและข้อบังคับ ตามที่จะเห็นสมควร โดยผ่านมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมฯ เพื่อจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในข้อ 6

    29. คณะกรรมการบริหารชมรมฯ มีอำนาจเลือกตั้งสมาชิกผู้สมควร เป็นอนุกรรมการให้ทำหน้าที่จัดการกิจการของชมรมฯเป็นแผนกๆไป เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อ 6 หรือแต่งตั้งอนุกรรมการเป็นครั้งคราวก็ได้

    30. ให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมฯ อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อตรวจการเงินและกิจการของชมรมฯ

        ในการประชุมทุกครั้ง ต้องมีกรรมการประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงเป็นองค์ประชุม และให้เป็นหน้าที่ของเลขานุการชมรมฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่บันทึกการประชุมกับรักษารายงานการประชุมไว้ให้สมาชิกทุกคนตรวจดูได้ในเมื่อต้องการ ทั้งนี้รวมทั้งการประชุมใหญ่ของชมรมฯอีกด้วย

        การประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมฯก็ดี การประชุมใหญ่ของชมรมฯก็ดี ถ้าไม่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้ถือตามมติคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธาน                   ที่ประชุมออกเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

การเงิน

    31. เงินของชมรมฯต้องฝากไว้ที่ธนาคารในนามของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งมอบหมายจากคณะกรรมการบริหารชมรมฯไม่น้อยกว่า 2 นาย ส่วนการถอนนั้นให้เป็นหน้าที่และอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารชมรมฯที่ได้รับแต่งตั้ง แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2 นาย เป็นผู้ลงนาม ส่วนการที่จะใช้ธนาคารใดนั้น ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารชมรมฯ จะปรึกษาตกลงกันและถ้าคณะกรรมการบริหารชมรมฯเห็นสมควรจะให้ฝากเงินไว้ในธนาคารมากกว่าธนาคารเดียวก็ได้

    32. ในการเบิกเงิน ให้ประธานฯมีอำนาจอนุมัติการสั่งจ่ายได้ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท

        เงินมากกว่า 50,000 บาท ประธานฯจะสั่งจ่ายได้โดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมฯ และให้เหรัญญิกเก็บรักษาเงินสดของชมรมฯ เพื่อสำรองจ่ายได้ไม่เกิน 50,000 บาท

การประชุมใหญ่

    33. ในการประชุมใหญ่ของชมรมฯ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสามัญ หรือการประชุมวิสามัญก็ดี ต้องมีจำนวนสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 จึงจะถือว่าเป็นองค์ประชุม

        การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม คณะกรรมการบริหารจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าว วัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบ โดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทะเบียนของสมาชิก หรือส่งไปให้ถึงตัวสมาชิก ก่อนวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 15 วัน

    34. ระเบียบวาระการประชุมใหญ่ประจำปี อย่างน้อยให้กำหนดดังนี้

       34.1 รับรองรายงานการประชุมของปีที่ผ่านมา

       34.2 เรื่องที่ประธานที่ประชุมจะแจ้งให้ทราบ

       34.3 คณะกรรมการบริหารชมรมฯ แถลงกิจการของชมรมฯ ที่ได้กระทำในรอบปี

       34.4 เสนอให้พิจารณารับรองงบดุลประจำปีของชมรมฯ

       34.5 เลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ เมื่อถึงคราวต้องออก

       34.6 เสนองบประมาณรับจ่ายของปีถัดไป

       34.7 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

    35. ในการประชุมสมาชิกทุกครั้ง ถ้าล่วงเลยเวลานัดไปแล้วครึ่งชั่วโมง ยังมีสมาชิกมาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้ประธานหรือกรรมการสั่งงดประชุมในวันนั้น และให้ทำการบอกกล่าวนัด วัน เวลา และสถานที่ประชุมใหม่อีกครั้ง ในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันและไม่มากกว่า 1 เดือน หลังการประชุมครั้งแรก ในการนัดประชุมครั้งหลังนี้ จะมีสมาชิกมาประชุมมากน้อยเพียงใด ก็นับเป็นองค์ประชุมได้

เบ็ดเตล็ด

        ชมรมฯต้องติดต่อกับสมาชิก ตามภูมิลำเนาที่ปรากฏอยู่ในทะเบียน การย้ายภูมิลำเนาของสมาชิก สมาชิกจะต้องแจ้งให้ชมรมฯทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ให้นายทะเบียนจัดทำทะเบียนให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

    36. ชมรมฯตั้งขึ้นเพื่อประสงค์จะให้วัฒนาถาวรสืบไปชั่วกาลนาน แต่ถ้าชมรมฯนี้จะเลิกด้วยเหตุใดๆ   ก็ตาม บรรดาทรัพย์สินที่เหลืออยู่ ให้ที่ประชุมใหญ่ของชมรมฯเป็นผู้ชี้ขาดว่าควรจะให้ทรัพย์สินของชมรมฯนี้ ตกเป็นของนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบการกุศลแห่งใด

ทำรายการต่อ